มีรายงานจาก Amnesty International ระบุว่า เยาวชนในเกาหลีเหนือ ถูกลงโทษอย่างรุนแรงถึงขั้น ประหารชีวิตต่อหน้าสาธารณะ และถูกส่งไปยังค่ายกักกัน หลังจากถูกพบว่ารับชมซีรีส์ Squid Game
แม้ Squid Game จะเป็นหนึ่งในซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของ Netflix แต่เนื่องจากเป็นผลงานจากเกาหลีใต้ และมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับตัวละครซึ่งหลบหนีจากระบอบกดขี่ในเกาหลีเหนือ ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ถูกจัดเป็นสื่อต้องห้ามอย่างเด็ดขาดในประเทศดังกล่าว
สื่อจากโลกตะวันตก โดยเฉพาะสื่อจากสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้ ถูกห้ามอย่างยาวนานในเกาหลีเหนือ ผู้ที่ลักลอบนำเข้า เผยแพร่ หรือรับชม อาจเผชิญบทลงโทษขั้นรุนแรง
รายงานระบุว่า สื่อต่างประเทศมักถูกลักลอบนำเข้าเกาหลีเหนือผ่าน แฟลชไดรฟ์หรือเมมโมรีสติก เนื่องจากการใช้อินเทอร์เน็ตถูกควบคุมอย่างเข้มงวด และไม่ใช่เพียง Squid Game เท่านั้นที่นำไปสู่การลงโทษร้ายแรง—สื่อเกาหลีใต้ทุกประเภท รวมถึง K-pop ก็ถูกห้ามเช่นกัน
รายงานฉบับล่าสุดของ Amnesty International ได้สัมภาษณ์ผู้ลี้ภัยจากเกาหลีเหนือหลายราย ซึ่งเปิดเผยว่า แม้จะมีการแบนอย่างเข้มงวด แต่ การเสพสื่อเกาหลีใต้กลับแพร่หลายอย่างมาก
หนึ่งในผู้ให้สัมภาษณ์กล่าวว่า การดูสื่อต้องห้ามแทบจะเป็น “ความลับที่ทุกคนรู้” โดยระบุว่า
“ทุกคนรู้ว่าทุกคนดู รวมถึงคนที่ทำหน้าที่กวาดล้างเองด้วย”
เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า บทลงโทษมีความแตกต่างกัน โดย การเผยแพร่สื่อต่างประเทศจะถูกลงโทษหนักกว่าการครอบครองเพื่อดูส่วนตัว
“คนงานดูอย่างเปิดเผย เจ้าหน้าที่พรรคดูอย่างหน้าตาเฉย เจ้าหน้าที่ความมั่นคงดูแบบหลบๆ ซ่อนๆ และตำรวจดูได้อย่างปลอดภัย”
คิมอึนจู วัย 40 ปี เล่าถึงความโหดร้ายของการลงโทษว่า
“ตอนเราอายุ 16–17 เรียนอยู่มัธยม พวกเขาพาเราไปดูการประหารต่อหน้าสาธารณะ และให้เห็นทุกอย่าง
คนถูกประหารเพียงเพราะดูหรือแจกจ่ายสื่อเกาหลีใต้ นี่คือการศึกษาเชิงอุดมการณ์—เพื่อบอกว่าถ้าคุณดู คุณก็จะลงเอยแบบนี้”
รายงานยังชี้ว่า ความรุนแรงของโทษขึ้นอยู่กับความสามารถในการจ่ายสินบนอย่างมาก หากไม่มีเงิน โอกาสเผชิญบทลงโทษที่โหดร้ายจะสูงขึ้น
ชเวซูบิน วัย 39 ปี ซึ่งหลบหนีออกจากเกาหลีเหนือในปี 2019 กล่าวว่า
“คนทำผิดเหมือนกัน แต่โทษขึ้นอยู่กับเงินล้วนๆ
คนที่ไม่มีเงินต้องขายบ้านเพื่อรวบรวมเงิน 5,000–10,000 ดอลลาร์ เพื่อจ่ายให้พ้นจากค่ายปรับทัศนคติ”
โฆษกของ Amnesty International กล่าวในแถลงการณ์ว่า
“คำให้การเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลเกาหลีเหนือบังคับใช้กฎหมายแบบดิสโทเปีย ซึ่งการดูซีรีส์เกาหลีใต้เพียงเรื่องเดียวอาจทำให้คุณต้องเสียชีวิต—เว้นแต่คุณจะมีเงินจ่าย
ทางการทำให้การเข้าถึงข้อมูลเป็นอาชญากรรม อันขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ แล้วเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่หาผลประโยชน์จากความหวาดกลัวของประชาชน นี่คือการกดขี่ที่ซ้อนทับด้วยคอร์รัปชัน และผู้ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือคนที่ไม่มีเงินหรือเส้นสาย”
ที่มา Popcornfor2
รูป Netflix
February 5, 2026
read more